เรื่องผีฮิตๆในมหาลัย

posted on 19 Feb 2008 00:18 by baby-hiphop  in Horror

เรื่องที่ 1 : ป๊อก ครืด



เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาลัย... ในแง่ของความเศร้า ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัดแต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่มหาลัย ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก
ถนนยังเป็นลูกรังถนนหน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืด ไม่มีแสงไฟ เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาว คู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3ของหอ
ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่านักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวนไปทานข้าว
แต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมาฝาก
เพื่อนคนที่ไม่สบายก็บอกว่า ยังไงฝากซื้อลาดหน้า (หรือผัดไทซักอย่างที่เป็นเส้นๆ) มาให้ทีละกันกินแล้วจะได้กินยา เมทคนนั้นก็บอกว่าได้เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ

หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้องคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่ออ่านได้ซักพักก็ไม่ไห
ว เพราะไข้ขึ้น จึงนอนตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลืออยู่ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว
เพื่อนทำไมยังไม่กลับมาซะทีตกดึก ฝนเริ่มตก นักศึกษาคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อในใจเป็นห่วงเพื่อนเพราะออกไปนานมากยังไม่
กลับ

ซักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่าง จากทางบันได ”ป๊อก…………ป๊อก………ป๊อก………ป๊อก…….” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามาจากทางบันได ดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมาและเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนัก
ศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป “ครื……..ด……..ครื………..ด…….ค..รื…ด”
เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ
ได้อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อลาดหน้าแขวนอยู่

พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง แล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมา หรือติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้ แต่ทำไมต้องเอามาแขวนไม่รอเจอกันก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใคร แล้วทำไมเดินเร็วจัง
มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได….คิดต่างๆนา แต่แล้วก็แกะห่อลาดหน้าออกทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็ม่อยหลับไป

รุ่งเช้า…………….มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืนตรงพงหญ้าข้างทางคาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก
อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด(ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพะยอม)
หลังจากทานข้าวเสร็จทุกทีจะไปกับเพื่อน
แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อคนร้ายอาจเห็นว่าเป็นคนเดียวจึงลงมือ

แล้วลาดหน้าเมื่อคืนล่ะ?ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด แต่จากที่ฟังกันมาคือหลังจากที่ตายไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเพราะว่าไม่สบาย และยังหิว นำห่อลาดหน้าที่ซื้อ

มาฝากไปส่งให้แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก ขาหัก หมดแล้วลักษณะที่เขาเล่ามาคือพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุงแล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงห
อพักแล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา
เป็นเสียง“ป๊อก ป๊อก” เสียง “ครืด”ที่ได้ยินคือเสียงลากตัวเองจากบันได มาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็ห
มดห่วง….
ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่าแต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆห้อง
ยืนยันว่าในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนักและลากของหนักจากข้างล่างขึ้นม

แล้วทุกคนต่างเชื่อสนิทใจมิตรภาพอยู่เหนือความตาย….

เรื่องที่ 2 : เปรตหอนาฬิกา

อันเนื่องจากเคยเป็นป่าช้าและลานประหารเก่ามาก่อนทำให้เรื่องเล่าเรื่องผี ทั้งเก่าและใหม่มีมากมาย เรื่องนี้อยู่ที่หอนาฬิกาใหญ่ ตรงสี่แยกจากประตูหลังมอตรงนั้นจะเป็นวงเวียนสี่แยกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้
เป็นคณะวิศวะฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เป็นคณะศึกษาและโรงเรียนสาธิตฝั่งตะวันตกเฉียงเหนื
อ เป็น หอชาย และฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหอหญิง

เรื่องนี้มีอยู่ว่า เล่ากันว่า ตรงหอนาฬิกา กลางวงเวียน มีเปรต หากไปลองของอาจโดนดีได้ วิธีการลองดีคือ ตอนเที่ยงคืนให้ไปวนรถทวนเข็มที่หอนาฬิกา สามรอบ (วงเวียนจะเวียนรถตามเข็ม)
เล่ากันว่า ผู้ที่ลองทำอย่างนั้น ไม่เคยมีใครวนรถทวนเข็มได้ครบสามรอบซักคน ผู้มีประสบการณ์เล่าว่าในขณะที่วนรถอยู่นั้น จะรู้สึกได้ถึงลมที่เย็นผิดปกติ แต่วนไปสองรอบก็ไม่เกิดอะไรขึ้น
มาเกิดตอนที่จะครบรอบที่สามจู่ๆก็มีเสาสองต้นตั้งขวางถนนอยู่ ทำให้ต้องหักรถหลบ รถล้มบ้าง แฉลบบ้างไปตามๆกันใครอยากรู้ก็ลองดู

อีกกรณีหนึ่งมีข่าวอยู่บ่อยๆว่านักศึกษาที่พักอยู่ในหอพัก


เรื่องที่ 3 : ห้องสีชมพู

เรื่องนี้เกิดที่หอหญิง เป็นเรื่องของนักศึกษาหญิงที่เข้ามาพักในหอในแล้วไปมีอะไรกับผู้ชาย แล้วเกิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา รู้ตัวเอาตอนท้องได้ 4 เดือนแล้วแต่มันยังไม่ป่องออกมา
จึงปิดเงียบไม่ให้ใครรู้แม้แต่เมท ทำยังไงถึงจะเอาออกได้ พลาดไปแล้วแต่ไม่อยากเสียอนาคต ไม่มีเงินทำแท้ง แฟนไม่รับผิดชอบ ตัดสินใจเอาออกเองในห้องพักโดยเลือกตอนช่วงที่เพื่อนไม่อยู่
ทำเองคนเดียว โดยไม่ทราบวิธีการ ปรากฎว่าผลร้ายกว่าที่คิดนักศึกษาคนนั้นตกเลือดตายในห้องเพื่อนมาพบศพตอนเย็น เห็นรอยเลือดกระจัดกระจาย ติดฝาผนังบ้างก็มี

หลังจากจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว (รวมถึงทำความสะอาดห้อง) โดยที่เมทของคนตายก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดเห็นรอยเลือดสีจางๆติดอยู่ที่ผนังสีขาวก็เลยให้คนเอาสีขาวม
าทาทับ
วันรุ่งขึ้นเปิดเข้าไปทำความสะอาดรอย เลือดยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะทำยังไงทั้งขัด ทั้งถู หรือทาสีใหม่ รอยเลือดนี้ก็ยังไม่หายไป จนสุดท้ายทางหอพักจึงต้องนำสีชมพู ไปทาทั้งห้องเพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือด
กลายเป็นห้องสีชมพูตั้งแต่นั้นมา
ปัจจุบันเป็นห้องเก็บของที่ปิดตาย เคยมีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องนี้ แล้วออกจากห้องไม่ได้ เพราะลูกบิดถูกล๊อค (ทั้งที่ตัวล๊อคอยู่ในห้อง) ลองไปเยี่ยมชมดูได้ครับ หนึ่งความพลาดพลั้งที่ไม่มีอะไรแก้ไขได้ 

เรื่องที่ ๔ ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์

  

ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์ ที่เก่าๆหน่อยลองไปหาดูเอาเองลักษณะห้องน้ำคือประตูอยู่ตรงกลาง เข้าไปแล้วโถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้ากับกระจกส่องหน้า จะอยู่ทางขวา
รุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมเคยเล่าว่าเคยมีคนเล่าให้ฟังว่า(ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง)ตอนกลาง
คืนช่วงใกล้สอบไปอ่านหนังสือที่คณะสังคม แล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำนี้ ลุกเข้าห้องน้ำคนเดียว
คนอื่นๆก็นั่งอ่านหน้งสืออยู่ คนไปฉี่ก็เข้าไปฉี่ธรรมดา ห้องน้ำมีโถฉี่สองอัน อันแรกติดประตูอันที่สองอยู่ด้านขวา ข้างในไปอีก เขาบอกว่าตอนจะฉี่ ก็จะฉี่ที่โถแรกเพราะใกล้กว่า
แต่ไม่รู้นึกยังไงเลยเดินเลยไปฉี่ที่โถข้างในตอนฉี่ก็ยังไม่มีอะไรแต่ตอนฉี่เสร็จแล้
วมองออกไปที่กระจกภาพในกระจกสะท้อนเห็นกำลังมีคนยืนฉี่อยู่ที่โถฉี่อันแรก!(หันหลังให้)
นึกว่าตาฝาดเพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจก ก็เห็นเหมือนเดิม? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดี พวกขี้เหล้าทั้งหลายที่ชอบไปกินแถวนั้นก็ระวังหน่อยละกัน

เรื่องที่ 5 ดอยสุเทพ

สมัยนั้นเวลากลางคืนดอยสุเทพยังไม่ปิดความนิยม(ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร)อย่างหนึ่งก็คือเวลาเมาๆนักศึกษาทั้งหลายมักจะขับรถขึ้นดอยกันขึ้นไปดูเชียงใหม่ทั้งเมือง ตอนกลางคืนมันสวยดี
(แต่ดันขับรถตอนเมาไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง) วันหนึ่ง นักศึกษาจากคณะวิศวะสองคนเพิ่งเลิกจากกังสดาล(แต่ก่อนร้านนี้ฮิตครับ)ครึ้มๆขึ้นมาก็
เลยขับรถเลยจากทางเข้า กะขึ้นดอยไปชมเมืองเล่น
คนขับก็ขับไปข้างหลังคนซ้อนก็นั่งไป เมาๆขึ้นมาคนซ้อนก็เลยหลับ(สมัยก่อนแปดสิบเปอร์เซ็นต์นักศึกษาขับแมงกะไซค์ไม่ใช่รถย
นต์อย่างทุกวันนี้) ซักพักหนึ่งคนซ้อนก็ตื่น กำลังเข้าโค้งพอดี
เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง แต่คนขับก็ขับเลยผ่านไป ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจัด ก็เลยถามคนขับว่า “ทำไมmungไม่จอดรถลงไปถามหน่อยล่ะ เผื่อเขามีปัญหาอะไร?”
คนขับ “kuไม่จอดด้วยหรอกคนนี้เขารอโบกทุกโค้งเลย เจอมาหลายโค้งแล้ว เดี๋ยวโค้งหน้าmungกะku ก็เจอเขาอีกแหละ...”

 เรื่องที่ 6 : เรื่องพยาบาลในชุดแดงของคณะแพทย์

 

เห็นเขาเล่าว่ามีนักศึกษาคนนึงของคณะแพทย์อยู่ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก(ไม่แน่ใจว่าเป็น โรงพยาบาลหรือตึกแพทย์คนเล่าไม่ยืนยันแต่2ตึกนี้ก็ใกล้กันนี่กลับเข้าเรื่องต่อ)
เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึกก็เลยว่าจะลงลิฟต์มาระหว่างที่รอ เขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆเขาก็หันไปมองเห็นพยาบาลคนนึงเดินมา เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว
ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆอย่างนี้
เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายในเพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนี้เลยบอกว่างั้นให้ฉันช่วยนะนักศึกษาคนนี้ก็เลยงง และเริ่มสังเกตว่าคอของผู้หญิงเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ
เขาตกใจมากพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์แต่ลิฟต์เหมือนค้างหรืออะไรไม่ทราบ เลือดไหลนองทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ <
ความคิดเห็นที่ 2
br>พร้อมทั้งควักส่วนต่างๆเหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นก็มีคนพบชายคนนี้นอนคาอยู่ทางประตูลิฟต์ที่เปิดปิดอยู่แล้วเขาก็เอาแต่ พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า "พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง"

 เรื่องที่ 7 ผูกคอตายในห้องน้ำของตึกเรียน

 

เรื่องมีอยู่ว่า มีเรื่องเล่าว่ามีนักศึกษาหญิงในมหาลัยแห่งหนึ่งแถวรังสิตผูกคอตายในห้องน้ำของตึกเรียนตึกหนึ่ง และหลายคืนแล้วที่มีคน ได้ยินเสียงของ นศ.ญ ร้องไห้ หรือพบเห็นเธอเป็นประจำ
โดยเฉพาะเห็นเธอในกระจก ในห้องน้ำนั้น..จนกลายเป็นเรื่องเล่าของมหาลัย.. วันนึงมี นศ. ชายกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คนกำลังจะเดินกลับหอ คนนึงในกลุ่มก็เกิดคึกอยากลอง แต่อีก 3คนไม่กล้า....
คนที่หนึ่งจึงเข้าไปคนเดียวโดยที่เพื่อนๆรออยู่ข้างนอก...นศ.ชายคนนั้นก็ทำเป็นเก่งตะโกนคุยกับเพื่อนข้างนอก... วันนี้ร้อนว่ะเนอะ...” แล้วเค้าก็เอาน้ำล้างหน้า
แล้วก็ดูกระจกแล้วก็แต่งผมอยู่ซักพักแล้วก็เดินออกมา. ดูกระจกก็ไม่เห็นมีไรเลย เรื่องเล่าก็แค่เรื่องหลอกเด็ก อากาศมันร้อนkuเลยล้างหน้าซะด้วยเลย..” “ !!! “เฮ้ย mung เอาน้ำที่ไหนล้างวะ
ห้องน้ำไม่มีคนใช้เค้าเลยตัดน้ำไปนานแล้ว...ไอ้กระจกตรงอ่างก็ด้วย กระจกก็มีคนเคยเอาของเขวี้ยงมันแตกไปนานแล้ว.”

เรื่องที่ 8 ลิฟท์แดง

 

อ๊าย...เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมาก เห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์เดือนตุลาน่ะค่ะพวกทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัย แล้วพอลิฟท์ตัวนี้เปิดพวกมันก็กระหน่ำยิง คนในลิฟท์ซึ่ง
เป็นอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์ เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นแล้ว มหาวิทยาลัยกลับคืนสู่สภาพเดิม มีการบูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวนั้น
แต่ทีนี้ทำยังไง คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ออกเหมือนจะเป็นการประจานการกระทำอันบ้าเลือดและไม
่ยุติธรรม

จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็ได้มีเรื่องเล่าตามมาว่า หลังจากที่ลิฟท์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วนั้น ก็ได้มีการนำกลับมาใช้ตามปกติ

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อนักศึกษาหญิงคนนึงกำลังใช้บริการลิฟท์แดงตามลำพังแต่แล้วเมื่อเ
ธอมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพังหากแต่มีผู้โดยสารลิฟท์ตัวนี้อยู
่มากมาย
แล้วยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆได้พบเจอกับอาถรรพ์ของลิฟท์แดงตัวนี้เข้าทำให้มหาวิท
ยาลัยต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่
แต่ว่าประตูลิฟท์แดงที่ถูกถอดออกไปตอนนี้ก็ยังตั้งอยู่ที่ชั้น4มาจนถึงทุกวันนี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามาเจิม

ฮ่ะๆ confused smile

มีผีกล้วยด้วยสินะ cry

#1 By KaTTo-+tOdA on 2008-02-19 02:42

เง้อๆ เข้ามาตอนดึกซะด้วยซิ เด่วพรุ่งนี้กี้จะมาอ่านใหม่นะคะสัญญาตอนนี้ขอจองที่ไว้ก่อนคะ อิอ
ลิฟท์แดงอ่ะไม่จิ๊งงงง...
ทั่นนายกของเราบอกว่ามีคนตายคนเดียว open-mounthed smile

#3 By ilumin on 2008-02-19 09:01

น่ากลัวจัง
เคยได้ยินมาแต่ไม่ทุกเรื่องนะ
ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ
ผีในมช.นี่ฮิตจังแฮะopen-mounthed smile
แต่จริงๆของมช.นี่มีเยอะกว่านั้นอีกนาopen-mounthed smile
อึก อ่านแล้วสยองช่วงนี้อยู่หอคนเดียวด้วย
เรื่องแรกเคยได้ยินมานานแล้วแต่โหดกว่านั้นนิดหน่อยนะ

#6 By :::[[Hisoka]]::: on 2008-02-19 10:25

อ่านได้แค่ 3 เรื่องแรก แล้วไม่กล้าอ่านต่อเลยล่ะคะ

เป็นคนขี้กลัวอย่ารุนแรง

พอเจอเรื่องลิฟต์ยิ่งไม่กล้าอ่าน เพราะร.ร.ของเรามีลิฟต์ด้วยล่ะค่ะ

#7 By Tsukime on 2008-02-19 11:04


เรื่องป๊อกครืดนี่เคยได้ยินบ่อยค่ะ
เคยอ่านเจออีกแบบด้วย เรื่องของเรื่องคือ

มี นศ.ญ 2คนพักอยู่ที่หอของ มอ สักที่(จำไม่ได้)แล้วช่วงนั้นก็มีข่างลือเกี่ยวกับพวก ฆาตกร ฆ่าข่มขืน
พวกนักศึกษาหญิงก็กลัวกัน คืนนั้นทั้ง2คนกลับค่อนค่างจะดึก แล้วห้องอาปน้ำนั้นก็ไม่มีในห้องต้องไปอาปที่ห้องอาปรวม เพื่อนนักษึกษาอีกคนก็กลัว เธอจึงบอกว่างั้นเราจะไปอาปก่อน

เพื่อนอีกคนก็กลัวว่าตอนที่ตนอยู่คนเดียวเกิดโจรมาจะรู้ได้ไง

เพื่อนจึงบอกว่า
งั้นเรามาตั้งรหัษกันท่าเป็นเราจะ เคาะประตู 3 ครั้ง
แล้วก็ออกจากห้องไป เวลาพ่านไปสักพัก นักศักษาก็รออย่างกระวนกระวายว่าเพื่อนทำไปนานนัก สักพักก็มีเสียงดังที่ประตูห้อง "ป๊อก ป๊อก...ครืด" นักศึกาทำท่าจะไปเปิดประตูแต่พอได้ยินแค่ 2 ครั้งก็ยังไม่ไปเปิด และเสียงนั้นก็ดัง 2-3 ครั้งก็เลยคิดว่าพื่อนแกล้ง
จึงเดินไปเปิดประตู แต่พอเปิดออกมากลับพบร่างของเพื่อน นอนอยู่หน้าห้องสถาพ แขนขาถูกตัด นักศึกาคนนั้นตกใจมากก่อนสลบไป

ตอนเช้าจึงมีคนมาพบ ตำรวจให้กานว่านักศึกษาคนนั้น ถูกฆ่าข่มขืนตั้งแต่หน้าห้องก่อนไปอาปน้ำสะอีก...
ป๊อกๆครื่ดเป็นเรื่องที่อ่านกี่ทีก็กลัว=w=''

#9 By •SH!N*z• on 2008-02-19 13:36

ที่ผีเยอะอย่างนี้ เคยได้ยินว่าเป็นเพราะ มช. เคยเป็นสนามรบหรือสุสานในสมัยสงครามมาก่อนชิมิเคอะ โชคดีนะที่รอดมาได้
แต่ละเรื่องฮิตๆทั้งนั้นพี่น้อง
big smile

#11 By MinimarT on 2008-02-19 16:18

อ่านไปอ่านมา น่ากลัวก็จริง
แต่ก็น่าเศร้าด้วยนะ

#12 By ปิงกรู on 2008-02-19 16:52

โชคดีที่อ่านตอนกลางวัน sad smile

#13 By Just Ing on 2008-02-19 16:54

แต่ละเรื่องนี้คล้ายๆกันทุกมหาลัยเลยเนอะ

#14 By หูใหญ่ on 2008-02-19 16:57

ป๊อกๆครืดนี่ได้ยินบ่อยมากอ่ะค่ะ

#15 By saya chan on 2008-02-19 18:13

เรื่องผี ใน ม.ช. อะเปล่า หอแปดเหลี่ยม เงี๊ยะ อะ ตอนบนๆอะ

#16 By eak (118.172.29.79) on 2008-02-19 18:36


เรื่องลิฟท์แดง ผมก็เคยได้ยินมาเหมือนกันครับ

#17 By Juninyá on 2008-02-19 20:21

เรื่องแรกนี่เคยฟังเวอร์ชั่นถูกรถไฟทับตัวขาดครึ่งตัวอ่ะ

#18 By pisces on 2008-02-19 20:31

สนุกดี น่าเอาไปเล่าต่อ คิคิ

#19 By bellbell on 2008-02-19 21:33

ของมช. อันจริงมีเยอะกว่านี้มาก เเต่ว่านะ พอไปอยู่จริงๆเเล้วก็ชักจะชินๆ

#20 By KusaYoshi on 2008-02-20 09:49

เหอๆๆๆ ไปหลังม.จิ น่ากัวโคดๆๆ อ่ะ เอองืมๆๆ

#21 By (202.143.162.74) on 2008-02-20 14:19

เคยได้ยินเรื่อง ห้องสีชมพู กับ ป๊อก..ป๊อก..ครืดดดด

บรื๋อว์ ~~~~~

#22 By + Lady + LiLiMu + on 2008-02-22 19:29

ขอบคุณนะคะที่เอามาเล่าให้ฟังกัน อิอิ
ชอบเรื่อง ผี อ่ะ question

#23 By GusSo_Oul on 2008-02-23 14:23

ป๊อกครืดเราก็เคยได้ยินอยู่เมทก็ได้ยินเหมือนกันโคดน่ากลัวไม่กล้าออกไปดูเลยอ่ะ

#24 By atomza (202.91.19.206) on 2008-02-29 10:59

นี่ๆมีอีกเรื่องนะ เราเจอมากับตัว วันมาฆหรือวันวิสาเนี่ยแหละ เราก็เรียกไม่ถูก เราอ่ะอยู่หอ 3หญิงนะ พี่ๆเตือนเราแล้วให้รีบหลับซะแต่เราดันนอนไม่หลับ พอดึกๆไม่รู้กี่โมงเหมือนกัน เราก็ได้ยินเสียงประทัดดัง1นัด แล้วก็เริ่มได้ยินเสียงฉาบ เสียงโหม่งดังเป็นจังหวะๆ เสียงมันเบา แล้วก็เริ่มดังขึ้นดังขึ้น แล้วก็เบาลง แล้วเราก็ได้ยินเสียงแบบเหมือนเสียงวิญญาณพยายามออกจาตรงกลางหอ3เสียงดังมากๆเสียงเหมือนลมแต่มันไม่ใช่เสียงลมอ่ะเราพยายามตั้งสตินะเมทก็หลับกันหมด ไม่คิดเลยว่าจาเจอของจริงอย่างนี้ พี่ๆเล่าให้ฟังว่านี่คือการแห่ขบวนของพวกผีๆในมชขบวนจะตั้งที่หน้ามอแล้วเดินมาผ่านหอ3เพื่อไปหอนาฬิกาในวันวิสสหรือวันมาฆเนี่ยแหละ ในตอนเที่ยงคืน นึกถึงคืนนั้นแล้วยังจำเสียงได้ติดหูอยู่เลย จาช๊อคตาย

#25 By atomza (202.91.18.206) on 2008-02-29 11:20

บางเรื่องก็เคยได้ยิน บางเรื่องก็ไม่เคยได้ยิน แต่ก็น่ากลัวจัง เป็นคนกลัวผีซะด้วย ฮือ...ฮือ

#26 By jool (125.24.189.76) on 2009-03-17 13:04

ผีไม่เห็ฯกลัวเลย question

#27 By เกด (203.172.199.250) on 2009-08-04 14:15

ผีน่ากลัวตรงไหนแน่จริงออกมาซิembarrassed

#28 By น้ำชา (203.172.199.250) on 2009-08-04 14:19

อยากเห็นผีจํงconfused smile

#29 By น้ำตาล (203.172.199.250) on 2009-08-04 14:22